ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการไหนก็ตาม การมีสนามให้เล่นหรือพื้นที่ให้โชว์ลวดลายและความสามารถอย่างเต็มที่นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ เพราะถ้าหากคุณมีความสามารถอย่างเต็มเปี่ยมแต่ไม่มีช่องทางได้แสดงศักยภาพให้ทุกคนได้เห็นนั้น ก็คงไม่ต่างจากนักฟุตบอลฝีมือยอดเยี่ยมที่โดนจับนั่งเฉยๆ อยู่ที่ม้านั่งสำรองข้างสนาม


CEA Live House “Amplified Sessions” เป็นการเปิดพื้นที่ห้องอเนกประสงค์ของ TCDC กรุงเทพฯ ให้เป็นห้องบันทึกการแสดงสด โดยมีทีมโปรดักชั่นระดับมืออาชีพบันทึก ‘การแสดงสดเพลงต้นฉบับ’ ให้กับศิลปินที่สมัครเข้าร่วมโครงการมาเมื่อเดือน สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยเสียงดนตรีระดับคุณภาพ แสง สี เสียงที่จะติดตาตรึงใจผู้ชมราวกับได้อยู่ติดขอบเวที และวันนี้เรามีตัวละครหลักจากวันงาน ที่จะมาบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ทุกคนได้เห็นในเบื้องหน้า และเรื่องราวเบื้องหลังที่จะทำให้คุณรู้ว่าทำไมงานนี้ถึงออกมาประสบความสำเร็จขนาดนี้ 

 

ProPlugin: ผู้ถ่ายทอด (ความ) สด
 

ภาพ: บรรยากาศเล่นสด

ความแตกต่างระหว่างการได้ฟังดนตรีสดในคอนเสิร์ตกับการฟังเวอร์ชั่นที่อัดเป็นแทรคก็คืออารมณ์ร่วม การถ่ายทอดอารมณ์ของ Live Session ให้ทุกคนได้สัมผัสและดำดิ่งไปกับเสียงดนตรีจึงเป็นเป็นหน้าที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ ด้วยโจทย์ที่มีความท้าทายคือการถ่ายทำในสตูดิโอแต่ต้องการให้ได้อารมณ์แบบเล่นสด เรื่องนี้ต้องอาศัยความมืออาชีพอย่างเดียวเท่านั้น

ภาพ: สมาชิกทีม ProPlugin

คุณภาราดา พรายแก้ว รับหน้าที่ Multimedia Manager ให้กับ ProPlugin ได้เล่าให้เราฟังว่าความร่วมมือกับ CEA เกิดขึ้นจากการทำโปรเจคต์ “Thailand DJs Charity” ซึ่งเป็นงานที่ ProPlugin เริ่มต้นทำกันเองในช่วงวิกฤตโควิด - 19 เพื่อเปิดรับเงินบริจาค สำหรับดีเจที่ได้รับความเดือดร้อนในช่วงเวลานั้น พอทาง CEA เห็นงานนี้จึงติดต่อเข้ามาพูดคุยกัน ประกอบกับตัวทีม ProPlugin เองก็มีความคิดว่าอยากทำอะไรที่ช่วยเหลือคนดนตรีในช่วงนั้นอยู่แล้ว ทั้งในด้านจิตใจและด้านการให้พื้นที่โปรโมท พอมีจุดหมายเดียวกันแล้วการร่วมมือจึงเป็นไปได้ด้วยดี
นอกจากนี้ ProPlugin ก็ยังได้จัดหาศิลปินเข้ามาในโครงการด้วย ซึ่งเป็นศิลปินนอกกระแสที่เคยร่วมงานกัน จึงได้ชวนมาร่วมงานในครั้งนี้


DCNXTR: ผู้เชื่อมอารมณ์ด้วยเสียงอิเล็กทรอนิกส์ - ป๊อป 

คุณชาลี นิภานันท์ ซินธิไซเซอร์สุดเท่จากวง DCNXTR (อ่านว่า ‘เดอ คอนเน็กเตอร์’) ที่ได้เข้าร่วมงานนี้ในฐานะศิลปินบอกกับเราว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ทำให้เห็นสัญญาณที่ดีของวงการดนตรีในประเทศไทยมากขึ้น คิดว่างานนี้จะช่วยยกระดับวงการดนตรีและ music production ได้อย่างแน่นอน 

วง  DCNXTR ภาพจาก Amplified Sessions โครงการ CEA LIVE HOUSE

สาเหตุที่คุณชาลีมั่นใจแบบนี้เป็นเพราะว่าการได้สัมผัสถึงความเอาจริงเอาจังในเรื่องกระบวนการ Production ที่ทุกๆฝ่ายตั้งใจกันมาก และที่สำคัญคือทุกคนใส่ใจในรายละเอียดของตัวองในทุกขั้นตอน เห็นได้จากการจัดเวทีและการออกแบบที่แต่ละวงมีความแตกต่างกันตามคาแรคเตอร์ รวมถึงคุณภาพของอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้าขั้นคำว่า ‘ดีมาก’ ซึ่งที่ผ่านมาคุณชาลีและวงยังไม่เคยมีโอกาสได้ทำ live session แบบ full production แบบนี้ ครั้งนี้เลยรู้สึกเป็นเกียรติและเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ของตนเองและศิลปินท่านอื่น 

 

วงญาน: ผู้นำเสนอดนตรีที่ไม่มีชื่อแนว
 

ภาพ: สมาชิกวงญาน

‘ย้ง’ – ชวลิต เสาวภาคย์พงศ์ชัย ตัวแทนจากวงญานที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘World music’ ซึ่งหมายถึงวงที่ไม่ได้มีแนวดนตรี แต่กลับหมายถึงไอเดียของวงที่หยิบจับแนวดนตรีทุกแนวที่น่าสนใจมาถ่ายทอดผ่านเครื่องดนตรีทุกประเภท ตามแต่ความถนัดของสมาชิกในวง

ภาพ: บรรยากาศของวงญาน

สาเหตุของการเข้าร่วมโครงการนี้ เป็นเพราะเคยได้ร่วมงานกับ CEA มาแล้วหลายครั้ง ประกอบกับช่วงโควิด-19 ส่งผลกระทบถึงตารางงาน ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้อย่างไม่ลังเล นอกจากนี้ ด้วยความที่วงญานนั้นมีเครื่องดนตรีแปลกๆมาจากทั่วโลก ทำให้การทำงานในบางครั้งเกิดปัญหาในเรื่องเชิงเทคนิค เนื่องจาก Sound Engineer บางท่านอาจจะไม่คุ้นชินกับเครื่องดนตรี แต่สำหรับงานนี้แล้วคุณย้งบอกกับเราเองว่าไม่มีปัญหาแม้แต่โน้ตเดียว

นอกจากนี้แล้วคุณย้งยังเล่าเพิ่มเติมกับเราว่า ประทับใจกับการจัดงานในครั้งนี้ เนื่องจากวงญานเคยทำงานลักษณะคล้ายกันกับงานนี้เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 กับต่างประเทศ แต่ความมันส์ก็ไม่เท่ากับงานนี้ที่จัดเต็มทั้งเรื่องแสง สี เสียงเลยทีเดียว

 

LIVE4 Viva: ผู้สร้างเสียง สีและแสง

ภาพ: สมาชิก Live4 Viva

คุณวิฑู จีนะเจริญ ผู้อำนวยการทั่วไปจาก Live4 Viva Co., Ltd. บอกกับเราว่า รู้สึกดีที่ได้มาร่วมกับโครงการนี้ เพราะที่ผ่านมาทาง Live4 Viva โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิดนี้ก็อยากทำงานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนๆ ในวงการดนตรีกันอยู่แล้ว แถมยังเป็นการสื่อสารไปให้คนในสังคมรู้ด้วยว่าวงการดนตรีไทยนั้นเท่ไม่แพ้ต่างชาติเลย
โดย Live4 Viva รับหน้าที่ด้าน Creative และ Production ฝั่งเวทีให้กับทุกๆ วงที่มาแสดงในงานนี้ โดยหยิบเอาเทคนิค เทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆ ที่ทางออฟฟิศมีอยู่มาใช้ให้เหมาะสมและส่งเสริมกันที่สุด ซึ่งลูกเล่นสำคัญที่สุดคือ Immersive Experience มาใช้ในการแสดงบางวงด้วย เพื่อเสริมความน่าสนใจ เช่น เสริมภาพ Virtual ที่เข้ากับเนื้อเพลงเข้าไป ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นจุดเด่นอีกจุดของการทำ Live session ให้คนดูผ่านจอจะสัมผัสไม่ได้เท่าหน้าเวที แต่ก็เป็นโอกาสในวิกฤตที่ได้รับผลตอบรับที่ดีมากเช่นกัน

และที่คุณวิฑูประทับใจมากที่สุดคือ การที่ทุกฝ่ายนั้นให้อิสระกันอย่างเต็มที่ ปล่อยแสงและโชว์ของกันอย่างไม่มีการลดราวาศอก ทำให้แทบจะไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน แม้กระทั่งศิลปินก็ยินดีเปิดโอกาสให้ออกแบบโชว์อย่างเต็มที่ จึงทำให้งานนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศของเสียงดนตรีและความสุขของทุกคน

เรียบเรียงโดย เมธัส ไกรฤกษ์